• EN
  • ไทย
  • THB
  • JPY
ติดต่อเรา
คู่มือซื้ออสังหาฯ
7นาทีในการอ่าน

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ (บ้าน/คอนโด) ในญี่ปุ่น: เจาะลึกทุกรายการ [อัปเดต 2025]

ฝันอยากเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดที่ญี่ปุ่นอยู่ใช่ไหมครับ? ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ลงทุนปล่อยเช่า หรือเป็นบ้านพักตากอากาศ การมีอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับหลายๆ คน แต่ก่อนจะไปถึงฝันนั้น การทำความเข้าใจเรื่อง "ค่าใช้จ่าย" ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อให้คุณสามารถวางแผนงบประมาณได้อย่างแม่นยำและเตรียมความพร้อมทางการเงินได้อย่างดีที่สุด อัปเดต ซื้ออสังหาญี่ปุ่น 2025

บทความนี้ Shinyu Japan จะพาคุณไปเจาะลึก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น แบบละเอียดครบทุกรายการ ตั้งแต่ราคาซื้อ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ภาษีที่ต้องเจอ ค่าจดทะเบียน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่คุณอาจนึกไม่ถึง เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจครับ (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด มีนาคม 2025)

ภาพรวมค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ญี่ปุ่น

โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่ “ราคาซื้อ” เท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายส่วน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้:

  1. ราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์ (Property Purchase Price)
  2. ค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการต่างๆ (Fees and Charges)
  3. ภาษีที่เกี่ยวข้อง (Taxes)
  4. ค่าบริการผู้เชี่ยวชาญ (Professional Services Fees)
  5. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น (Other Potential Costs)
  6. ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังการซื้อ (Ongoing Costs) (แม้จะเกิดขึ้นหลังซื้อ แต่ควรทราบไว้เบื้องต้น)

เรามาดูรายละเอียดของแต่ละส่วนกันครับ

1. ราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์ (Property Purchase Price)

นี่คือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด ซึ่งก็คือราคาของบ้านหรือคอนโดที่คุณตกลงซื้อขายนั่นเอง ราคาจะแตกต่างกันไปอย่างมาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้:

  • ทำเล (Location): ราคาในเมืองใหญ่ยอดนิยม เช่น โตเกียว, โอซาก้า, เกียวโต ย่อมสูงกว่าเมืองรองหรือพื้นที่ชนบท ทำเลที่ใกล้สถานีรถไฟ หรืออยู่ในย่านธุรกิจ/แหล่งท่องเที่ยว ก็มักจะมีราคาสูงกว่า
  • ประเภทอสังหาริมทรัพย์ (Property Type): บ้านเดี่ยว (一戸建て – Ikodate), คอนโดมิเนียม (マンション – Mansion), อพาร์ตเมนต์ (アパート – Apaato) มีระดับราคาที่ต่างกัน
  • ขนาดและผังห้อง (Size and Layout): พื้นที่ใช้สอย (ตารางเมตร) และจำนวนห้องนอน มีผลโดยตรงต่อราคา
  • อายุและสภาพอาคาร (Age and Condition): อาคารสร้างใหม่ย่อมราคาสูงกว่าอาคารมือสอง อาคารมือสองที่ได้รับการรีโนเวทแล้วก็อาจมีราคาสูงขึ้น
  • สิ่งอำนวยความสะดวก (Amenities): สำหรับคอนโดมิเนียม การมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ล็อบบี้หรูหรา ฯลฯ ก็ส่งผลต่อราคาเช่นกัน

แนวโน้มราคา (ณ ต้นปี 2025): ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นยังคงมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ราคาอาจปรับตัวสูงขึ้นในบางทำเล การติดตามข้อมูลตลาดล่าสุดเป็นสิ่งสำคัญ (สามารถปรึกษา Shinyu Japan เพื่อข้อมูลเชิงลึกได้ครับ)

2. ค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการ (Fees & Charges)

นอกเหนือจากราคาซื้อ คุณต้องเตรียมงบสำหรับค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังนี้:

  • ค่าธรรมเนียมนายหน้า (Brokerage Fee / 仲介手数料 – Chuukai Tesuuryou)

    • หากคุณซื้อผ่านบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ จะมีค่าบริการส่วนนี้เกิดขึ้น
    • อัตรามาตรฐานตามกฎหมาย:
      • ราคาอสังหาฯ ≤ 2 ล้านเยน: 5% + ภาษีบริโภค (Consumption Tax)
      • ราคาอสังหาฯ > 2 ล้านเยน ถึง ≤ 4 ล้านเยน: 4% + 20,000 เยน + ภาษีบริโภค
      • ราคาอสังหาฯ > 4 ล้านเยน: 3% + 60,000 เยน + ภาษีบริโภค (อัตรานี้ใช้บ่อยที่สุด)
    • โดยทั่วไปจะแบ่งจ่าย 2 ครั้ง: 50% ณ วันทำสัญญาซื้อขาย และอีก 50% ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าธรรมเนียมดำเนินการสินเชื่อ (Loan Arrangement Fee / ローン事務手数料 – Loan Jimu Tesuuryou)

    • หากคุณขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินในญี่ปุ่น จะมีค่าธรรมเนียมส่วนนี้
    • อัตราแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร อาจคิดเป็น % ของวงเงินกู้ หรือเป็นจำนวนเงินคงที่ (Fixed Amount)
  • ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ (Appraisal Fee / 鑑定評価料 – Kantei Hyouka Ryou)

    • ธนาคารอาจต้องการให้มีการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ก่อนอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

3. ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ (Taxes Related to Purchase)

ภาษีเป็นอีกส่วนสำคัญที่ต้องเตรียมงบประมาณไว้ มีหลักๆ ดังนี้:

  • อากรแสตมป์ (Stamp Duty / 印紙税 – Inshi Zei)

    • เป็นภาษีที่ต้องชำระโดยการติดอากรแสตมป์ลงบนสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (Purchase Agreement)
    • จำนวนเงินขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินที่ระบุในสัญญา เช่น
      • มูลค่า > 10 ล้าน ถึง ≤ 50 ล้านเยน: อากร 10,000 เยน (อาจมีมาตรการลดหย่อน โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุด)
      • มูลค่า > 50 ล้าน ถึง ≤ 100 ล้านเยน: อากร 30,000 เยน (อาจมีมาตรการลดหย่อน) (อ้างอิง: nta.go.jp)
    • ผู้ซื้อและผู้ขายมักจะแบ่งกันรับผิดชอบค่าอากรแสตมป์สำหรับสัญญาคนละฉบับ
  • ภาษีการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Acquisition Tax / 不動産取得税 – Fudousan Shutoku Zei)

    • เป็นภาษีที่เรียกเก็บโดยหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (Prefecture) หลังจาก คุณได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แล้วประมาณ 3-6 เดือน โดยจะส่งใบแจ้งหนี้มาตามที่อยู่ของทรัพย์สิน
    • คำนวณจาก “ราคาประเมิน” (Assessed Value) ของทรัพย์สิน ซึ่งมักจะต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง
    • อัตรามาตรฐาน: 3% สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการอยู่อาศัย (อาจมีข้อยกเว้นหรือการลดหย่อนสำหรับที่อยู่อาศัย โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ) (อ้างอิง: wealth-park.com, rehouse.co.jp)
  • ภาษี/ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ (Registration and License Tax / 登録免許税 – Touroku Menkyo Zei)

    • เป็นภาษีที่ต้องชำระ ณ สำนักงานกิจการกฎหมาย (Legal Affairs Bureau) เพื่อจดทะเบียนการโอนย้ายกรรมสิทธิ์และจดทะเบียนการจำนอง (หากมีสินเชื่อ)
    • คำนวณจาก “ราคาประเมิน” ของทรัพย์สิน
    • อัตราภาษีแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทการจดทะเบียน (เช่น การโอนกรรมสิทธิ์, การจำนอง) โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 0.1% – 2% ของราคาประเมิน
    • โดยทั่วไป ผู้ซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งมักจะชำระผ่าน Judicial Scrivener (อ้างอิง: taxsummaries.pwc.com, wealth-park.com)

4. ค่าบริการผู้เชี่ยวชาญ (Professional Services Fees)

การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดำเนินการด้านเอกสารและการจดทะเบียน:

  • ค่าจ้างทนายความ/ผู้จัดทำเอกสารทางกฎหมาย (Judicial Scrivener / 司法書士 – Shihou Shoshi)

    • Shihou Shoshi มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานกิจการกฎหมาย ตรวจสอบเอกสาร และดูแลให้กระบวนการทางกฎหมายถูกต้อง
    • ค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกรรมและมูลค่าทรัพย์สิน โดยทั่วไปอาจอยู่ในช่วง 50,000 – 200,000 เยน หรือมากกว่า (รวมค่าดำเนินการและภาษีจดทะเบียนที่ต้องชำระแทน)

5. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น (Other Potential Costs)

  • ค่าประกันภัย (Insurance)

    • ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance / 火災保険 – Kasai Hoken): ส่วนใหญ่บังคับทำหากมีการขอสินเชื่อ และแนะนำให้ทำแม้ซื้อด้วยเงินสด เพื่อคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ (ยกเว้นแผ่นดินไหว)
    • ประกันแผ่นดินไหว (Earthquake Insurance / 地震保険 – Jishin Hoken): เป็นประกันเสริมที่ซื้อพ่วงกับประกันอัคคีภัย แนะนำอย่างยิ่งในญี่ปุ่น ค่าเบี้ยขึ้นอยู่กับทำเลและโครงสร้างอาคาร
  • ค่าเดินทางและที่พัก (Travel & Accommodation):

    หากคุณต้องเดินทางไปดูทรัพย์สินหรือทำสัญญาที่ญี่ปุ่น

  • ค่าตกแต่ง/ปรับปรุง และเฟอร์นิเจอร์ (Renovation/Furnishing Costs):

    สำหรับบ้าน/คอนโดมือสอง หรือห้องใหม่ที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์

  • ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ (International Money Transfer Fees):

    หากคุณโอนเงินจากประเทศไทยไปชำระค่าอสังหาริมทรัพย์

6. ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังการซื้อ (Ongoing Costs – ควรรู้ไว้)

แม้จะไม่ได้จ่าย ณ วันซื้อ แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของต้องรับผิดชอบเป็นประจำทุกปี/เดือน:

  • ภาษีทรัพย์สินรายปี (Fixed Asset Tax / 固定資産税 – Kotei Shisan Zei):

    เรียกเก็บโดยเทศบาลทุกปี ประมาณ 1.4% ของราคาประเมิน (อาจมีข้อยกเว้น/ลดหย่อน)

  • ภาษีผังเมือง (City Planning Tax / 都市計画税 – Toshi Keikaku Zei):

    เรียกเก็บเพิ่มเติมในบางพื้นที่ ประมาณ 0.3% ของราคาประเมิน

  • ค่าส่วนกลาง (Management Fee / 管理費 – Kanrihi):

    สำหรับคอนโด ใช้ในการดูแลพื้นที่ส่วนกลาง จ้างพนักงานทำความสะอาด/รักษาความปลอดภัย

  • ค่ากองทุนซ่อมแซมระยะยาว (Repair Reserve Fund / 修繕積立金 – Shuuzen Tsumitatekin):

    สำหรับคอนโด เป็นเงินสะสมเพื่อใช้ในการซ่อมแซมครั้งใหญ่ของอาคารในอนาคต

  • ค่าสาธารณูปโภค (Utilities):

    ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส อินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (ประมาณการ)

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติว่าคุณสนใจซื้อคอนโดมิเนียมมือสองในโตเกียว ราคา 50 ล้านเยน ผ่านนายหน้า และไม่มีการขอสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (นอกเหนือจากราคาซื้อ 50 ล้านเยน) อาจมีประมาณการคร่าวๆ ดังนี้:

  • ค่าธรรมเนียมนายหน้า (3% + 60,000 เยน + Tax 10%): ~ 1,716,000 เยน
  • อากรแสตมป์: 10,000 เยน
  • ภาษี/ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกรรมสิทธิ์: ~ 500,000 – 1,000,000 เยน (ขึ้นอยู่กับราคาประเมิน)
  • ค่าบริการ Judicial Scrivener: ~ 100,000 – 150,000 เยน
  • ภาษีการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (จ่ายทีหลัง): ~ 300,000 – 600,000 เยน (หลังหักลดหย่อน ถ้ามี)
  • ค่าประกันอัคคีภัย (ปีแรก): ~ 20,000 – 50,000 เยน

รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยประมาณ: ~ 2,646,000 – 3,516,000 เยน หรือคิดเป็นประมาณ 5-7% ของราคาซื้อ

ข้อควรจำ: ตัวเลขนี้เป็นเพียง ประมาณการเบื้องต้น เท่านั้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอข้อมูลที่แม่นยำสำหรับทรัพย์สินที่คุณสนใจ

เคล็ดลับการเตรียมงบประมาณและประหยัดค่าใช้จ่าย

  • เผื่องบประมาณเกินไว้ (Contingency): ควรเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไว้อย่างน้อย 7-10% ของราคาซื้อ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
  • ทำความเข้าใจเงื่อนไขลดหย่อนภาษี: ญี่ปุ่นมีมาตรการลดหย่อนภาษีบางประเภทสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัย ควรศึกษาหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อใช้สิทธิ์ให้เต็มที่
  • เปรียบเทียบค่าบริการ: หากมีการขอสินเชื่อ ลองเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: การทำงานร่วมกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และ Judicial Scrivener ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้คุณเข้าใจค่าใช้จ่ายทั้งหมดและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดได้

การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายที่หลากหลาย นอกเหนือจากราคาซื้อขายที่เราเห็น การทำความเข้าใจและเตรียมงบประมาณสำหรับค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าบริการต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้กระบวนการซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาทางการเงินตามมา

Shinyu Japan พร้อมให้คำปรึกษาและบริการครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสม การคำนวณและวางแผนงบประมาณ ไปจนถึงการดำเนินการด้านเอกสารและประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อให้การซื้อบ้านหรือคอนโดในฝันของคุณที่ญี่ปุ่นเป็นจริงได้อย่างมั่นใจ

สนใจปรึกษาเรื่องค่าใช้จ่าย หรือมองหาอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น? ติดต่อ Shinyu Japan วันนี้! คลิก

ดูรายการอสังหาฯ แนะนำ: คลิกที่นี่

อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ เกี่ยวกับการซื้ออสังหาฯ ในญี่ปุ่น: คลิกที่นี่

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัว